การพัฒนาระบบการเงินจ่าย มหาวิทยาลัยแม่โจ้
คำสำคัญ:
ระบบการเงินจ่าย, อีพาสบุ๊คบทคัดย่อ
ระบบการเงินจ่าย มีชื่อเรียกอีกอย่างคือระบบอีพาสบุ๊ค (e-Passbook) เป็นหนึ่งในระบบย่อย ของระบบสารสนเทศการบริหารงานคลังมหาวิทยาลัยแม่โจ้ พัฒนาขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกในการ บันทึกและติดตามการเบิกจ่ายเงินของหน่วยงาน โดยมีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ 1) เพื่อพัฒนาระบบการเงิน จ่าย สำหรับการบริหารจัดการข้อมูลการเบิกจ่ายของหน่วยงาน 2) เพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการการเงิน ของหน่วยงานให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และตรวจสอบได้ง่าย 3) ลดความซับซ้อนในการ ทำงาน ช่วยลดภาระงานที่ต้องทำด้วยมือหรือการบันทึกแบบเดิมๆที่ต้องใช้เวลานาน 4) เพื่อประเมิน ความพึงพอใจการใช้งานระบบ การพัฒนาระบบใช้เทคโนโลยี ASP.NET และฐานข้อมูลเชิงสัม พันธ์ Microsoft SQL Server โดยใช้ภาษา SQL (Structured Query Language) เป็นภาษามาตรฐานในการ ติดต่อกับระบบฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ ระบบจะทำงานในรูปแบบเว็บแอปพลิเคชัน ที่สามารถเข้าถึงได้ผ่าน เครือข่ายอินเทอร์เน็ตใช้เว็บเบราว์เซอร์ Google Chrome เวอร์ชัน 12 ขึ้นไป และใช้โปรแกรม SVN เพื่อ ช่วยในการบริหารจัดการ Version Control ของไฟล์ต่างๆระหว่าง Client และ Server ระบบการเงิน จ่าย พัฒ นาระบบในส่ว นที่ใช้ในการติดต่อกับผู้ใช้งาน มีลักษณะเป็นกราฟิก (Graphical User Interface : GUI) และมีขั้นตอนการทำงานโดยสรุปได้ดังต่อไปนี้ 1) การบันทึกคำขอ เบิกจ่าย/บันทึกฎีกาเบิกจ่าย 2) การตรวจสอบและอนุมัติการจ่ายเงิน 3) การดำเนินการจ่ายเงิน 4) การ บันทึกรายการจ่ายเงินและจัดทำรายงาน 5) การตรวจสอบและการตรวจสอบบัญชี 6) การบำรุงรักษาและ ปรับ ปรุงระบบ นอกจากนี้ยังมีการเชื่อมโยงกับระบบต่างๆที่เกี่ยวข้องภายในระบบ ได้แก่ ระบบ งบประมาณ ระบบการเงินรับ ระบบจัดซื้อจัดจ้าง และระบบมีความพร้อมในการรองรับการเชื่อมโยงกับ ระบบภายนอก เช่น ระบบ MJU API เพื่อให้สามารถเพิ่มการเชื่อมโยงนี้ในอนาคตได้อย่างยืดหยุ่น การประเมินความพึงพอใจในการใช้งานระบบ ใช้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 59 คน เครื่องมือที่ใช้ใน การประเมินความพึงพอใจในครั้ง นี้ ได้แก่ แบบสอบถามที่มีโครงสร้างแน่นอน (Structure Questionnaire) ในส่วนของการประเมินความพึงพอใจในการใช้ระบบ ลักษณะคำถามเป็นแบบมาตรา ส่วนประมาณค่า (Rating Scale) จำนวน 7 ข้อ ได้แก่ 1) ระบบใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน 2) ระบบช่วย สนับสนุนการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น 3) ระบบมีเสถียรภาพ ปลอดภัยในการเข้าถึง ใช้งานได้ ตลอดเวลา 4) ความถูกต้องในการจัดเก็บข้อมูลของระบบ 5) ความถูกต้องของผลลัพธ์ในกำรออกรายงาน 6) การกำหนดชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านในการตรวจสอบผู้เข้าใช้งานระบบ 7) การกำหนดสิทธิ์การเข้าใช้งาน ระบบ และนำมาวิเคราะห์ข้อมูล สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ สถิติเชิงพรรณนา (ค่าความถี่, ค่าเฉลี่ย, ร้อยละ, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน) ผลการประเมินความพึงพอใจ พบว่า ผู้ใช้งานส่วนใหญ่เป็น เพศหญิง อายุระหว่าง 41-50 ปี ระดับการศึกษาปริญญาตรี และผู้ใช้งานส่วนใหญ่เป็นนักวิชาการการเงิน และบัญชี ผลการประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้ระบบในภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ย 4.11 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.55
การดาวน์โหลด
ตีพิมพ์แล้ว
ฉบับ
ส่วน
ใบอนุญาต
Journal of TCI is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) licence, unless otherwise stated. Please read our Policies page for more information...

