แบบจำลองสารสนเทศห่วงโซ่อุปทานเพื่อการจัดการเเผนพัฒนาความเป็นเลิศสำหรับ สถาบันอุดมศึกษาของไทย อรรถพล จันทร์สมุด* สำนักงานคณบดี คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ บทคัดย่อ บทความวิจัยนี้ กล่าวถึง แบบจำลองสารสนเทศห่วงโซ่อุปทานเพื่อการจัดการเเผนพัฒ นำ ความเป็นเลิศสำหรับสถาบันอุดมศึกษาของไทยสามารถจัดเก็บข้อมูลงานวิ จัยบุคลากร ผลกำรประเมินตัวชี้ วัดผล การดำเนินงาน ตัวชี้ วัดศักยภาพขององค์กรของแต่ละกลุ่ ม ในสถาบันอุดมศึกษาได้ จุดมุ่งหมายสูงสุดของการวิจัยเพื่อ 1) พัฒนาแบบจำลองสารสนเทศห่วงโซ่ อุปทานเพื่อการจัดการเเผนพัฒนาความเป็นเลิศสำหรับสถาบันอุดมศึกษาของไทย 2) เพื่อประเมิน แบบจำลองสารสนเทศห่วงโซ่ อุปทานเพื่อการจัดการเเผนพัฒนาความเป็นเลิศสำหรั บ สถาบันอุดมศึกษาของไทย การดำเนินงานวิจัยแบ่งเป็น 6 ขั้นตอน ดังนี้ 1) ศึกษาเอกสารและงานวิจัย ที่ เกี่ยวข้อง 2) ร่างแนวคิดการวิ จัยของแบบจำลองเบื้องต้ น 3) พัฒนาแบบจำลอง 4) จัดทำ แบบสอบถามเพื่อประเมินความเหมาะสมของแบบจำลองและส่งให้ผู้ทรงคุณ วุฒิ เพื่อขอความเห็ น เกี่ยวกับแบบจำลอง 5) เสนอแบบจำลองให้กับ ผู้ทรงคุณวุฒิ 6) รวบรวมข้อมูล และวิเคราะห์ หำ ค่าเฉลี่ยเลขคณิตและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของแต่ละองค์ประกอบ กลุ่มตัวอย่างในการวิจั ย ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 16 คน ในสาขาโซ่อุปทาน และเทคโนโลยีสารสนเทศและการ สื่อสาร วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง วิเคราะห์ ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ยเลขคณิตและส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน การประเมินผลแบบจำลองใช้วิธีทดสอบแบบแบล๊คบ็อก (Black Box Testing) ผลการวิจัย พบว่าแบบจำลองสารสนเทศห่วงโซ่ อุปทานเพื่อการจัดการเเผนพัฒนาความเป็นเลิศสำหรั บ สถาบันอุดมศึกษาของไทย ประกอบด้วย 6 องค์ประกอบ ได้แก่ องค์ประกอบหลักผู้ ส่ งมอบ ผู้ให้บริการ มหาวิทยาลัย การกระจำย ลูกค้า ผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาโซ่อุปทาน และสาขาเทคโนโลยี สารสนเทศยอมรับแบบจำลองสารสนเทศห่วงโซ่อุปทานเพื่ อกำจัดการเเผนพัฒนาความเป็นเลิ ศ

ผู้เขียน

  • มาตรฐาน เท่ากับ 0 สำหรับสถาบันอุดมศึกษาของไทยมีความเหมาะสมระดับมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.71 ส่วนเบี่ยงเบน พัฒนาความเป็นเลิศสำหรับสถาบันอุดมศึกษาของไทย สามารถพัฒนาสารสนเทศได้ สถาบันอุดมศึกษาของไทย
  • แสดงให้ เห็นว่าแบบจำลองสารสนเทศห่ วงโซ่อุปทานเพื่อการจัดการเเผน สำหรับสถาบันอุดมศึกษาของไทยมีความเหมาะสมระดับมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.71 ส่วนเบี่ยงเบน พัฒนาความเป็นเลิศสำหรับสถาบันอุดมศึกษาของไทย สามารถพัฒนาสารสนเทศได้ สถาบันอุดมศึกษาของไทย
  • คาสำคัญ : แบบจำลองสารสนเทศห่วงโซ่อุปทาน สำหรับสถาบันอุดมศึกษาของไทยมีความเหมาะสมระดับมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.71 ส่วนเบี่ยงเบน พัฒนาความเป็นเลิศสำหรับสถาบันอุดมศึกษาของไทย สามารถพัฒนาสารสนเทศได้ สถาบันอุดมศึกษาของไทย
  • การจัดการแผนพัฒนาความเป็นเลิศ; สำหรับสถาบันอุดมศึกษาของไทยมีความเหมาะสมระดับมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.71 ส่วนเบี่ยงเบน พัฒนาความเป็นเลิศสำหรับสถาบันอุดมศึกษาของไทย สามารถพัฒนาสารสนเทศได้ สถาบันอุดมศึกษาของไทย

คำสำคัญ:

แบบจำลองสารสนเทศห่วงโซ่อุปทาน, การจัดการแผนพัฒนาความเป็นเลิศ

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้ กล่าวถึง แบบจำลองสารสนเทศห่วงโซ่อุปทานเพื่อการจัดการเเผนพัฒ นำ ความเป็นเลิศสำหรับสถาบันอุดมศึกษาของไทยสามารถจัดเก็บข้อมูลงานวิ จัยบุคลากร ผลกำรประเมินตัวชี้ วัดผล การดำเนินงาน ตัวชี้ วัดศักยภาพขององค์กรของแต่ละกลุ่ ม ในสถาบันอุดมศึกษาได้ จุดมุ่งหมายสูงสุดของการวิจัยเพื่อ 1) พัฒนาแบบจำลองสารสนเทศห่วงโซ่ อุปทานเพื่อการจัดการเเผนพัฒนาความเป็นเลิศสำหรับสถาบันอุดมศึกษาของไทย 2) เพื่อประเมิน แบบจำลองสารสนเทศห่วงโซ่ อุปทานเพื่อการจัดการเเผนพัฒนาความเป็นเลิศสำหรั บ สถาบันอุดมศึกษาของไทย การดำเนินงานวิจัยแบ่งเป็น 6 ขั้นตอน ดังนี้ 1) ศึกษาเอกสารและงานวิจัย ที่ เกี่ยวข้อง 2) ร่างแนวคิดการวิ จัยของแบบจำลองเบื้องต้ น 3) พัฒนาแบบจำลอง 4) จัดทำ แบบสอบถามเพื่อประเมินความเหมาะสมของแบบจำลองและส่งให้ผู้ทรงคุณ วุฒิ เพื่อขอความเห็ น เกี่ยวกับแบบจำลอง 5) เสนอแบบจำลองให้กับ ผู้ทรงคุณวุฒิ 6) รวบรวมข้อมูล และวิเคราะห์ หำ ค่าเฉลี่ยเลขคณิตและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของแต่ละองค์ประกอบ กลุ่มตัวอย่างในการวิจั ย ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 16 คน ในสาขาโซ่อุปทาน และเทคโนโลยีสารสนเทศและการ สื่อสาร วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง วิเคราะห์ ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ยเลขคณิตและส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน การประเมินผลแบบจำลองใช้วิธีทดสอบแบบแบล๊คบ็อก (Black Box Testing) ผลการวิจัย พบว่าแบบจำลองสารสนเทศห่วงโซ่ อุปทานเพื่อการจัดการเเผนพัฒนาความเป็นเลิศสำหรั บ สถาบันอุดมศึกษาของไทย ประกอบด้วย 6 องค์ประกอบ ได้แก่ องค์ประกอบหลักผู้ ส่ งมอบ ผู้ให้บริการ มหาวิทยาลัย การกระจำย ลูกค้า ผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาโซ่อุปทาน และสาขาเทคโนโลยี สารสนเทศยอมรับแบบจำลองสารสนเทศห่วงโซ่อุปทานเพื่ อกำจัดการเเผนพัฒนาความเป็นเลิ ศ สำหรับสถาบันอุดมศึกษาของไทยมีความเหมาะสมระดับมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.71 ส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน เท่ากับ 0.57 แสดงให้ เห็นว่าแบบจำลองสารสนเทศห่ วงโซ่อุปทานเพื่อการจัดการเเผน พัฒนาความเป็นเลิศสำหรับสถาบันอุดมศึกษาของไทย สามารถพัฒนาสารสนเทศได้

การดาวน์โหลด

ตีพิมพ์แล้ว

2025-12-23

วิธีการอ้างอิง

1.
แบบจำลองสารสนเทศห่วงโซ่อุปทานเพื่อการจัดการเเผนพัฒนาความเป็นเลิศสำหรับ สถาบันอุดมศึกษาของไทย อรรถพล จันทร์สมุด* สำนักงานคณบดี คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ บทคัดย่อ บทความวิจัยนี้ กล่าวถึง แบบจำลองสารสนเทศห่วงโซ่อุปทานเพื่อการจัดการเเผนพัฒ นำ ความเป็นเลิศสำหรับสถาบันอุดมศึกษาของไทยสามารถจัดเก็บข้อมูลงานวิ จัยบุคลากร ผลกำรประเมินตัวชี้ วัดผล การดำเนินงาน ตัวชี้ วัดศักยภาพขององค์กรของแต่ละกลุ่ ม ในสถาบันอุดมศึกษาได้ จุดมุ่งหมายสูงสุดของการวิจัยเพื่อ 1) พัฒนาแบบจำลองสารสนเทศห่วงโซ่ อุปทานเพื่อการจัดการเเผนพัฒนาความเป็นเลิศสำหรับสถาบันอุดมศึกษาของไทย 2) เพื่อประเมิน แบบจำลองสารสนเทศห่วงโซ่ อุปทานเพื่อการจัดการเเผนพัฒนาความเป็นเลิศสำหรั บ สถาบันอุดมศึกษาของไทย การดำเนินงานวิจัยแบ่งเป็น 6 ขั้นตอน ดังนี้ 1) ศึกษาเอกสารและงานวิจัย ที่ เกี่ยวข้อง 2) ร่างแนวคิดการวิ จัยของแบบจำลองเบื้องต้ น 3) พัฒนาแบบจำลอง 4) จัดทำ แบบสอบถามเพื่อประเมินความเหมาะสมของแบบจำลองและส่งให้ผู้ทรงคุณ วุฒิ เพื่อขอความเห็ น เกี่ยวกับแบบจำลอง 5) เสนอแบบจำลองให้กับ ผู้ทรงคุณวุฒิ 6) รวบรวมข้อมูล และวิเคราะห์ หำ ค่าเฉลี่ยเลขคณิตและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของแต่ละองค์ประกอบ กลุ่มตัวอย่างในการวิจั ย ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 16 คน ในสาขาโซ่อุปทาน และเทคโนโลยีสารสนเทศและการ สื่อสาร วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง วิเคราะห์ ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ยเลขคณิตและส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน การประเมินผลแบบจำลองใช้วิธีทดสอบแบบแบล๊คบ็อก (Black Box Testing) ผลการวิจัย พบว่าแบบจำลองสารสนเทศห่วงโซ่ อุปทานเพื่อการจัดการเเผนพัฒนาความเป็นเลิศสำหรั บ สถาบันอุดมศึกษาของไทย ประกอบด้วย 6 องค์ประกอบ ได้แก่ องค์ประกอบหลักผู้ ส่ งมอบ ผู้ให้บริการ มหาวิทยาลัย การกระจำย ลูกค้า ผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาโซ่อุปทาน และสาขาเทคโนโลยี สารสนเทศยอมรับแบบจำลองสารสนเทศห่วงโซ่อุปทานเพื่ อกำจัดการเเผนพัฒนาความเป็นเลิ ศ. MITIJ [อินเทอร์เน็ต]. 23 ธันวาคม 2025 [อ้างถึง 22 สิงหาคม 2026];11(3):19-37. Available at: https://ojs.mju.ac.th/ojs-system/article/view/433