การวิเคราะห์กำไรสูงสุดของการผลิตเมล็ดกาแฟคั่ว กรณีศึกษากาแฟดอยลังกาเทพเสด็จ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่
คำสำคัญ:
การหาค่าเหมาะที่สุด, กำหนดการเชิงเส้น, วิธีซิมเพล็กซ์, เทคนิคบิ๊กเอ็มบทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีเป้าหมายเพื่อศึกษาจำนวนการผลิตเมล็ดกาแฟคั่วแต่ละแบบให้ได้กำไรสูงสุด โดยใช้วิธีซิม เพล็กซ์ และเทคนิคบิ๊ก เอ็มกรณีศึกษา : บริษั ท DTC FOOD PRODUCTS แบรนด์ SUCHADA มีแหล่งผลิตเมล็ดกาแฟจากดอยลังกา ต.เทพเสด็จ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ซึ่งได้รับ เครื่องหมายสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) โดยผลิตภัณฑ์เมล็ดกาแฟคั่ว แบ่งตามกระบวนการผลิต 3 กระบวนการ ได้แก่ Washed Process, Dry Process และ Honey Process แต่ละกระบวนการมี ระดับการคั่ว 3 ระดับ ได้แก่ คั่วอ่อน คั่วกลาง และคั่วเข้ม คิดเป็น 9 แบบ และ แบบ Drip Coffee รวมทั้งสิ้ น 10 แบบดำเนิน การวิจัยโดยศึ กษาข้อมูล ลงพื้นที่สำรวจ สร้างตัว แบบของปัญหา กำหนดการเชิงเส้นและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อ หาจำนวนการผลิตที่เ หมาะสม โดยใช้โปรแกรม Microsoft Excel เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำ จากการดำเนินงานพิ จารณา กรณีไม่กำหนดความต้องการผลิตต่อวัน โดยใช้วิธีซิมเพล็กซ์ พบว่า ควรผลิตเมล็ดกาแฟคั่วแบบ Dry Process ชนิดคั่ว อ่อน หรือ เมล็ดกาแฟคั่ว แบบ Honey Process ชนิดคั่วอ่อน อย่างใดอย่างหนึ่ง 343 ถุง/วัน และผลิตเมล็ดกาแฟคั่วแบบ Drip Coffee ชนิด คั่วกลาง 205 ถุง/วัน เพื่อให้ได้กำไรสูงสุด 89,967.50 บาท/วัน กรณีกำหนดความต้องการผลิตต่อวัน โดยใช้วิธีซิมเพล็กซ์เทคนิค Big-M พบว่าควรผลิตเมล็ดกาแฟคั่วแบบ Dry Process ชนิดคั่วอ่อน หรือ เมล็ดกาแฟคั่วแบบ Honey Process ชนิดคั่วอ่อน 338 ถุง/วัน ผลิตเมล็ดกาแฟคั่วแบบ Washed Process ชนิดคั่วกลาง 1 ถุง/วัน ผลิตเมล็ดกาแฟคั่วแบบ Washed Process ชนิดคั่วเข้ม 4 ถุง/วัน และผลิตเมล็ดกาแฟคั่วแบบ Drip Coffee ชนิดคั่วกลาง 205 ถุง/วัน เพื่อให้ได้กำไรสูงสุด 89,792.50 บาท/วัน
การดาวน์โหลด
ตีพิมพ์แล้ว
ฉบับ
ส่วน
ใบอนุญาต
Journal of TCI is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) licence, unless otherwise stated. Please read our Policies page for more information...

