โคลงกลอนไทยผ่านเกม 3 มิติสยองขวัญ

ผู้เขียน

  • สมนึก สินธุปวน Department of Computer Science, Faculty of Science, Maejo University
  • บัญญพนต์ ชัยปรีชา Department of Computer Science, Faculty of Science, Maejo University
  • ก่องกาญจน์ ดุลยไชย Department of Computer Science, Faculty of Science, Maejo University
  • สนิท สิทธิ Department of Computer Science, Faculty of Science, Maejo University

คำสำคัญ:

โคลงกลอนไทย 3 มิติ, เกมสยองขวัญ, โคลงสี่สุภาพ, กลอนแปด

บทคัดย่อ

โคลงกลอนไทยเป็นสิ่งที่แสดงถึงความสวยงามทางด้านภาษาของคนไทย สะท้อนถึงนิสัยของ คนไทยที่ชอบพูดคำคล้องจองแบบมีจังหวะและลักษณะที่ต่อเนื่องของสัมผัสทั้งภายในและภายนอก นอกจากนั้นสิ่งที่โดดเด่นของคำในภาษาไทยยังมีเสียงที่ไพเราะดุจดังเสียงดนตรีด้วยระดับเสียงสูงและ เสียงต่ำ โดยการที่นักศึกษาไม่สามารถแต่งบทร้อยกรองได้และไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริงของคำ ใช้ คำศัพท์ยากโดยที่ไม่เข้าใจความหมาย และจำลักษณะบังคับของร้อยกรองไม่ได้ ดังนั้นเกมโคลงกลอน ไทยจึงถูกพัฒนาขึ้นสำหรับนักศึกษา โดยมีวัตถุประสงค์ในการวิจัยในครั้งนี้ เพื่อใช้เป็ นเครื่องมือ สำหรับการพัฒนาความรู้ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน 1) การพัฒนาความรู้ทางด้านคาสำหรับโคลงสี่ สุภาพกับกลอนแปด 2) การพัฒนาความรู้ค วามสัมพันธ์ระหว่างวรรค 3) การพัฒนาความรู้ ความสัมพันธ์ระหว่างวรรคโคลงสี่สุภาพ และ 4) การพัฒนาความรู้ความสัมพันธ์ระหว่างวรรคกลอน แปด การทดสอบความรู้โคลงกลอนไทยได้กำหนดกลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาเพื่อเข้าทำการทดสอบ ระบบจำนวน 20 คน เพื่อทดสอบประสิทธิภาพการพัฒนาความรู้โคลงกลอนไทย โดยให้นักศึกษาเล่น เกมจำนวน 3 รอบ ผลการทดลองพบว่า การพัฒนาความรู้ทางด้านคาสำหรับโคลงสี่สุภาพกับกลอน แปด ได้คะแนนเฉลี่ย 8.15, 8.75 และ 9.35 คะแนนตามลำดับ การพัฒนาความรู้ความสัมพันธ์ ระหว่างวรรค ได้คะแนนเฉลี่ย 27.85, 32.70 และ 35.55 คะแนนตามลำดับ การพัฒนาความรู้ ความสัมพันธ์ระหว่างวรรคโคลงสี่สุภาพ ได้คะแนนเฉลี่ย 46.80, 52.20 และ 57.55 คะแนนตามลำดับ และการพัฒนาความรู้ความสัมพันธ์ระหว่างวรรคกลอนแปด ได้คะแนนเฉลี่ย 8.85, 11.50 และ 12.35 ตามลำดับ จากค่าเฉลี่ยพบว่านักศึกษามีแนวโน้มการพัฒนาการทุกความรู้เพิ่มขึ้น

การดาวน์โหลด

ตีพิมพ์แล้ว

2024-04-28

วิธีการอ้างอิง

1.
โคลงกลอนไทยผ่านเกม 3 มิติสยองขวัญ. MITIJ [อินเทอร์เน็ต]. 28 เมษายน 2024 [อ้างถึง 22 สิงหาคม 2026];10(1):118-37. Available at: https://ojs.mju.ac.th/ojs-system/article/view/497

บทความที่มีผู้อ่านมากที่สุดโดยผู้เขียนคนเดียวกัน

<< < 1 2 3