การประยุกต์ใช้ระบบวิเคราะห์แนวตลิ่งเชิงดิจิทัล เพื่อประเมินการเปลี่ยนแปลงแนวตลิ่งแม่น้ำกก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย
คำสำคัญ:
การเปลี่ยนแปลงแนวตลิ่ง; การกัดเซาะตลิ่ง; การทับถมตะกอน; แม่น้ำกก; ระบบวิเคราะห์แนวตลิ่งเชิงดิจิทัล (DSAS); จังหวัดเชียงรายบทคัดย่อ
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อันตรายทางธรณีวิทยาที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของร่องน้ำ เช่น การทับถมตะกอน การกัดเซาะ และการพังทลายของตลิ่ง เกิดขึ้นบ่อยครั้งมากขึ้นตามแนวตลิ่งแม่น้ำกก งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อประเมินแนวโน้มและอัตราการเปลี่ยนแปลงของแนวตลิ่งแม่น้ำกกทั้งแนวตลิ่งฝั่งทิศเหนือและฝั่งทิศใต้ ในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย โดยประยุกต์ใช้ระบบวิเคราะห์แนวตลิ่งเชิงดิจิทัล (DSAS) ร่วมกับระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) และภาพถ่ายดาวเทียมจาก Google Earth Pro (GEP) ในช่วงปี ค.ศ. 2010 – 2025 กระบวนการศึกษาเริ่มจากการคัดเลือกภาพถ่ายจาก GEP ในช่วงเวลาศึกษาและปรับให้อยู่ในระบบพิกัดเดียวกัน ก่อนทำการแปลภาพ และดิจิไทซ์แนวตลิ่งรายปีแยกตามฝั่งทิศเหนือ และทิศใต้ จากนั้นใช้ DSAS สร้างเส้นฐาน (baseline) และเส้นตัด (transects) เพื่อคำนวณตัวชี้วัดอัตราการเปลี่ยนแปลงของแนวตลิ่งตามช่วงเวลา และนำผลไปวิเคราะห์เชิงพื้นที่ด้วย GIS เพื่อจำแนกพื้นที่กัดเซาะ–ทับถมและระบุจุดเสี่ยงสำคัญ ผลการศึกษา พบว่า การกัดเซาะเป็นกระบวนการหลักที่เกิดขึ้นบนตลิ่งทั้งสองฝั่ง โดยฝั่งทิศเหนือมีอัตราการกัดเซาะเฉลี่ยประมาณ 1.06 เมตรต่อปี และมีอัตราการทับถมเฉลี่ย 0.63 เมตรต่อปี ส่วนฝั่งทิศใต้มีอัตราการกัดเซาะเฉลี่ยประมาณ 1.03 เมตรต่อปี และมีอัตราการทับถม 1.00 เมตรต่อปี ซึ่งส่งผลให้เกิดพื้นที่ทับถมใหม่ที่ค่อยๆ ขยายตัวเป็นสันดอนกลางน้ำ (alluvial flats) พื้นที่ที่พบการกัดเซาะรุนแรงที่สุดของทั้งสองฝั่ง อยู่ในบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำกก (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 131) ตำบลแม่ยาว และตำบลดอยฮาง ทั้งนี้ แนวตลิ่งแม่น้ำกกคาดว่าจะยังคงเปลี่ยนแปลงต่อไป โดยการกัดเซาะและการพังทลายของตลิ่งจะยังคงเป็นอันตรายหลักในพื้นที่ดังกล่าว
การดาวน์โหลด
ตีพิมพ์แล้ว
ฉบับ
ส่วน
ใบอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารแม่โจ้เทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรม

ผลงานนี้ได้รับอนุญาตภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
Journal of TCI is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) licence, unless otherwise stated. Please read our Policies page for more information...


